# Jev ฉลาดพอไหม? — บททดสอบความสามารถของโมเดล "ตัดสินใจ" (ตอนที่ 1)

## Jev คืออะไร?

โมเดล AI ที่เราคุ้นเคย (LLM อย่าง GPT, Claude, Gemini, DeepSeek) ทำงานด้วยการ **สร้างข้อความทีละคำ** — คุณถาม มันเขียนคำตอบออกมาเป็นประโยค นั่นทรงพลังมากสำหรับงานเขียน สรุป แปล หรือคิดเป็นขั้นตอน

แต่ในซอฟต์แวร์จริง งานจำนวนมากไม่ได้ต้องการ "ข้อความ" — มันต้องการ **การตัดสินใจ**:

*   ข่าวชิ้นนี้เป็นข่าวประเภทไหน?
    
*   มันสำคัญระดับไหน (1–5)?
    
*   เนื้อหานี้ควรทำต่อ หรือทิ้ง?
    

**Jev** (จาก TypeSafe AI) ถูกออกแบบมาเพื่อสิ่งนี้โดยเฉพาะ — มันไม่เขียนข้อความ แต่ **เลือกคำตอบจากตัวเลือกที่เรากำหนด แล้วคืนค่าเป็นคำตอบที่มีชนิดชัดเจน (typed) พร้อมระดับความมั่นใจ (confidence)** ทันที

มันมีคำถามอยู่ 3 แบบเท่านั้น:

*   **Choice** — เลือก 1 จากตัวเลือกที่กำหนด (พร้อมความน่าจะเป็นของแต่ละตัว)
    
*   **Score** — ให้คะแนนตามระดับที่นิยามไว้
    
*   **Noul** — ใช่/ไม่ใช่ คืนเป็นความน่าจะเป็น 0–1
    

จุดที่น่าสนใจเชิงเศรษฐศาสตร์: **Jev คิดเงินเฉพาะ input ส่วน output ฟรี** และตอบเร็ว (หลัก ~1 วินาที) เพราะมันไม่ต้องไล่เขียนข้อความทีละคำ

**คำถามหลักของเราคือ:** โมเดลที่ "ตัดสินใจอย่างเดียว" แบบนี้ มันฉลาด/แม่นพอจะแทนงานที่วันนี้เราใช้ LLM ตัวใหญ่ทำอยู่ไหม? ตอนที่ 1 นี้เราเริ่มจากพื้นฐานที่สุด — **มันเข้าใจภาษาและมีความรู้จริงหรือเปล่า** ก่อนจะไปดูงานจริงในตอนที่ 2

* * *

## MarketIV ทำอะไร?

MarketIV เป็นแพลตฟอร์มที่ **แปลงข่าวการเงินเป็นกราฟผลกระทบ** — อ่านข่าวแล้วบอกว่าข่าวนั้นกระทบสินทรัพย์/ธีมการลงทุนตัวไหน ทิศทางบวกหรือลบ และส่งต่อไปยังผู้เล่นที่เกี่ยวข้องอย่างไร เบื้องหลังมีงาน "ตัดสินใจ" แบบนี้อยู่เต็มไปหมด และหลายงานยิงทุกข่าวที่ไหลเข้ามา — ซึ่งแปลว่าถ้าลดต้นทุนต่อการตัดสินใจได้ ผลรวมมหาศาล จึงเป็นเหตุผลที่เราสนใจ Jev

* * *

## หลักการทดสอบของเรา

ก่อนดูผล ต้องเข้าใจ 2 กติกาที่เรายึด เพราะมันเปลี่ยนวิธีอ่านผลทั้งหมด:

**1\. ตัดสินคุณภาพด้วยการ "อ่านเอง" (eyeball) ไม่ใช่ดูว่า "ตรงกับของเดิม"** ของเดิมในระบบเราก็คือ LLM (ซึ่งบางทีก็ผิด) การวัดว่า Jev "ตรงกับ LLM เดิมกี่ %" จึงไม่ได้บอกว่า Jev ดีหรือแย่ — บอกแค่ว่ามันเหมือนของเดิมแค่ไหน เป้าหมายจริงคือ **ให้ดีขึ้น** ไม่ใช่เหมือนเดิม เราจึงอ่านผลลัพธ์จริงแล้วตัดสินเอง

**2\. เขียนคำถามให้โมเดลแบบไม่ "ใบ้คำตอบ"** เราใส่ "นิยามงาน" ในคำถามได้ (เช่น บอกว่าให้ถือว่าความหมายเดียวกันแม้จะต่างที่ความสุภาพ) แต่เรา **ไม่ใส่ตัวอย่างประโยคที่เฉลยคำตอบ** เพราะนั่นทำให้ผลดูดีเกินจริง

* * *

## บททดสอบ 1: ภาษา — เข้าใจ "ความหมาย" ข้ามภาษาไหม?

**คำถามที่อยากรู้:** ประโยค *"กินข้าวหรือยังครับ"* (สุภาพ) กับ *"เฮ้ย แดกมายัง"* (สแลงหยาบ) — Jev รู้ไหมว่ามันหมายความเดียวกัน? แล้วทำได้กี่ภาษา?

**วิธี:** เราสร้างประโยคเองใน **23 ภาษา** (ไทย จีน ญี่ปุ่น อังกฤษ อาหรับ ฮินดี เกาหลี ฮกเกี้ยน ฯลฯ) แต่ละภาษามี 3 แบบ แล้วถาม Jev ว่าคู่ไหน "หมายความเดียวกัน":

*   **A vs B** — สุภาพ ↔ สแลง (ความหมายเดียวกัน) → ควรได้คะแนนสูง
    
*   **A vs N** — คล้ายกันมากแต่เจตนาต่าง (เช่น *"กินข้าวมาหรือยัง"* \[ถาม\] vs *"กินข้าวมาแล้วเหรอ"* \[ทวงแบบรู้อยู่แล้ว\]) → คลุมเครือ
    
*   **A vs C** — คนละเรื่อง (*"กินข้าวยัง"* vs *"หิวข้าวยัง"*) → ควรได้คะแนนต่ำ
    

**ผล (ค่าเฉลี่ยทั้ง 23 ภาษา, คะแนน 0–1):**

| คู่ประโยค | คะแนน "เหมือนกัน" | ตีความ |
| --- | --- | --- |
| สุภาพ ↔ สแลง (เหมือนจริง) | **0.89** | ✅ รู้ว่าเหมือน |
| คล้ายแต่เจตนาต่าง | **0.64** | 🟡 ก้ำกึ่ง — ตามที่ควรเป็น |
| คนละเรื่อง | **0.20** | ✅ รู้ว่าต่าง |

**อ่านผล:** Jev **ไล่ระดับได้ถูก** (เหมือนชัด > ก้ำกึ่ง > ต่าง) เกือบทุกภาษา และทำได้ทั้ง 23 ภาษารวมสแลง — ไม่ใช่เก่งแค่อังกฤษ ที่น่าประทับใจคือมันแยก "หิว" ออกจาก "กินแล้ว" ได้ทั้งที่ประโยคหน้าตาคล้ายกันมาก

**จุดอ่อนที่เจอ (มีจริง):**

*   **ภาษาถิ่นข้อมูลน้อย** (ฮกเกี้ยน) อ่อนสุด — แยกความหมายใกล้ ๆ ได้ไม่คมเท่าภาษาหลัก
    
*   **สำนวนกำกวม** เช่น "have your tea" ในอังกฤษ (แปลว่ากินมื้อเย็นก็ได้ ดื่มชาก็ได้) — Jev เลือกความหมายตรงตัว
    

**เกร็ดที่เจอระหว่างทาง:** เรายิงคำถามเดิมซ้ำ 3 ครั้ง จำนวน token ที่คิดเงินเท่าเดิมทุกครั้ง → **Jev ไม่มีส่วนลดแบบ cache** (ต่างจาก LLM หลายเจ้า) ถ้าจะประหยัดต้องเขียนคำถามให้สั้น หรือรวมหลายคำถามในครั้งเดียว

* * *

## บททดสอบ 2: ความรู้รอบโลก — ตื้นและลึก

**คำถามที่อยากรู้:** นอกจากเข้าใจภาษา มันมี "ความรู้" จริงไหม ทั้งความรู้ทั่วไปและความรู้เฉพาะทางเชิงลึก?

**วิธี:** ข้อสอบปรนัย 4 ตัวเลือก **75 ข้อ** แบ่ง 3 ระดับ × 15 สาขา (บัญชี กฎหมาย การเงิน แพทย์ ฟิสิกส์ ประวัติศาสตร์ ปรัชญา ฯลฯ):

*   **ทั่วไป** — ความรู้กว้าง ๆ
    
*   **ตื้น** — ระดับที่นักศึกษาสาขานั้นควรตอบได้
    
*   **ลึก** — เฉพาะทางจริง เช่น การลงบัญชีค่า R&D ระหว่างมาตรฐาน IFRS กับ US GAAP, ยุคยาโยยของญี่ปุ่น, Gettier problem ในปรัชญา, ทฤษฎี Modigliani–Miller ทางการเงิน
    

(เราสลับตำแหน่งตัวเลือกทุกข้อ กันไม่ให้เฉลยไปกองอยู่ตัวเลือกเดิม)

**ผล:**

| ระดับ | คะแนน |
| --- | --- |
| ทั่วไป | 15/15 |
| ตื้น | 30/30 |
| ลึก | 30/30 |
| **รวม** | **75/75 = 100%** |

ความมั่นใจของ Jev เกือบทุกข้อ = ~1.00 และตอบถูกแม้ข้อเชิงลึกเฉพาะทาง

**อ่านผลอย่างซื่อสัตย์:** 100% น่าประทับใจ แต่ก็แปลว่า **เรายังหา "เพดาน" ของมันไม่เจอ** — ข้อสอบเชิงลึกของเราถึงจะเฉพาะทาง แต่ก็ยังเป็นความรู้ที่มีในตำรา เรายังไม่ได้ลองความรู้ที่กำกวม/มีข้อถกเถียง หรือโจทย์ที่ต้องใช้เหตุผลหลายชั้น สรุปได้แค่ว่า "ความรู้กว้างและลึกพอ" ไม่ใช่ "ไม่มีขีดจำกัด"

* * *

## สรุปตอนที่ 1

สองบททดสอบพื้นฐานนี้ตอบคำถามว่า **"Jev ฉลาดพอไหม"** ได้ค่อนข้างชัด:

*   **เข้าใจภาษา/ความหมาย** ข้าม 23 ภาษา รวมสแลงและ register ต่าง ๆ ได้แม่นและไล่ระดับความคล้ายได้จริง
    
*   **มีความรู้** ทั้งกว้างและลึกในหลายสาขา
    
*   เร็ว (~1 วินาที) และคิดเงินเฉพาะ input
    

พอเห็นว่าพื้นฐานแน่น เราจึงกล้าเอาไปลองกับ **งานจริงของ MarketIV** — ซึ่งเป็นเรื่องของ **ตอนที่ 2**: เราเอา Jev ไปแทนงานตัดสินใจที่ยิงทุกข่าว ผลเป็นยังไง เจอกับดักอะไร แก้ยังไง และถ้าเทียบต้นทุนกับ LLM เดิม (DeepSeek / OpenAI / Gemini) มันคุ้มแค่ไหน
